เจ็บไข้ได้ป่วย

การดูแลสุขภาพสำหรับผู้สูงวัยในฤดูฝน

ช่วงหน้าฝนสิ่งหนึ่งที่ต้องระวังอย่างมากเห็นจะเป็นเรื่องของสุขภาพ  โรคที่มากับหน้าฝนมักมีระดับความรุนแรง สำหรับคนที่มีสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงมีภูมิต้านทานน้อย ก็มักจะเจ็บป่วยได้ง่าย โรคที่มักพบบ่อยในช่วงหน้าฝนอย่างเช่น โรคปอดบวม ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตเป็นอันดับ 1 ของโรคติดเชื้อทั้งหมด เป็นอะไรที่ต้องระวังเป็นอย่างมาก โดยมักจะมีอาการแทรกซ้อนจากไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่   ในส่วนของผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง โรคเบาหวาน หรือผู้สูงวัยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งโรคปอดบวมจะมีความรุนแรงสูง อันเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส มักเป็นโรคแทรกซ้อนหลังจากป่วยเป็นไข้หวัดมาประมาณ 3 วัน ผู้ป่วยจะมีไข้สูง ไอมีเสมหะ น้ำมูกเปลี่ยนสีจากสีเหลืองเป็นสีเขียวข้น มีอาการเจ็บหน้าอก เหนื่อยหอบง่าย ในผู้สูงอายุจึงต้องให้ความใส่ใจมากเป็นพิเศษ ซึ่งท่านอาจจะมีไข้ ตัวอุ่น ๆ หรือมีอาการซึมลง   เมื่อทราบเช่นนี้การป้องกันย่อมดีกว่า ควรพาผู้สูงอายุไปออกกำลังกายสม่ำเสมอ ให้ท่านสวมเสื้อผ้าเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น เพิ่มการรับประทานผักและผลไม้มากขึ้นและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ นอกจากนี้ควรใช้ช้อนกลางเวลารับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่นด้วย   จะเห็นได้ว่าในช่วงหน้าฝนผู้สูงอายุบางท่านอาจมีภูมิต้านทานไม่แข็งแรง เชื้อโรคโจมตีได้โดยง่าย ซึ่งหน้าฝนเช่นนี้เจ้าเชื้อไวรัสและแบคทีเรียจะแพร่ขยายได้อย่างรวดเร็วทำให้ก่อโรคต่าง ๆ ตามมา   การดูแลสุขภาพสำหรับผู้สูงวัยในช่วงหน้าฝน จากสภาพอากาศในฤดูฝน โรคที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ นั่นก็คือ โรคระบบทางเดินหายใจ ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ คออักเสบหรือหลอดลมอักเสบ ซึ่งก็สามารถลุกลามไปเป็นโรคปอดอักเสบหรือปอดบวมได้ ยิ่งถ้าอยู่ในสถานที่ที่มีน้ำท่วมขังฉี่หนูปนเปื้อนตามพื้นถนน เมื่อผู้สูงอายุเดินเท้าเปล่าจะทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผลหรือเยื่อบุผิวหนังได้ อาจป่วยเป็นไข้ฉี่หนูได้ สำหรับบ้านที่มีผู้สูงวัยควรดูแลเป็นพิเศษด้วยการสวมใส่รองเท้าก่อนเดินออกไปนอกบ้านหรือเข้าไปทำสวนในที่ชื้นแฉะ เพราะคนสูงวัยจำนวนมากมักชอบทำสวนหรือปลูกต้นไม้เพื่อให้ตนเองไม่อยู่นิ่งเฉย   การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุในช่วงฤดูฝน ควรดูแลแบบครบวงจร อาทิ รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ ให้ท่านนอนหลับให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ และดื่มน้ำสะอาด ควรล้างมือก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง พาท่านออกกำลังกายเป็นประจำและระวังอย่าให้ถูกยุงกัด   เพราะทุกสิ่งล้วนมีที่มาจากสาเหตุ หากเราขจัดต้นเหตุแห่งปัญหาที่จะเกิดตามมา เช่น ในเรื่องของความสะอาด ในเรื่องของโภชนาการ เราก็จะช่วยให้ผู้สูงอายุมีภูมิต้านทานและผ่านฤดูฝนไปได้อย่างแข็งแรง   ผู้สูงอายุย่อมมีการเสื่อมไปของร่างกายเป็นของธรรมดา แต่ถ้าหากลูกหลานดูแลเอาใจใส่ในสุขภาพร่างกายและจิตใจ ยิ่งในช่วงหน้าฝนด้วยแล้ว ถึงแม้ฝนจะตกหนักแค่ไหน ตกทุกวันเพียงใด ก็ไม่สามารถทำอะไรผู้สูงอายุที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีได้ การดูแลจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ผู้สูงอายุปลอดจากโรคที่มาจากหน้าฝน ซึ่งการป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาอย่างแน่นอนครับ Share

Read more...

เรื่องเซ็กซ์ที่ผู้หญิงวัย 40 ขึ้นไปควรรู้

ถึงแม้อายุอานามจะเข้าเลข 4  แล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสมรรถภาพเรื่องเซ็กซ์จะลดน้อยลงนะ แต่คนวัยนี้จะให้ความสำคัญกับงาน ชีวิตครอบครัว และสุขภาพมากกว่า ดังนั้น เราจึงควรรู้ว่าเมื่อย่างเข้า 40+ แล้วจะดูแลตัวเองยังไงให้สดใส ไม่โทรม มีสุขภาพแข็งแรงและไม่ส่งผลกระทบต่อเรื่องเซ็กซ์   การดูแลสุขภาพของคนวัย 40+ เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ร่างกายยังคงแข็งแรง กระฉับกระเฉงเหมือนเป็นสาวๆ ถึงแม้บางคนยังดูสวยปิ๊ง และบางคนหน้าเด็กยังกะสาว 20 ก็มี แต่เมื่ออายุย่างเข้าเลข 4 แล้ว วัยนี้รังไข่จะหยุดทำงานและไม่มีการตกไข่ ซึ่งผลที่ออกมาก็คือคุณจะไม่มีประจำเดือน ไม่มีการสร้างฮอร์โมนเพศที่เรียกว่า เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโร แต่บางคนก็ยังมีอยู่นะคะ แต่สำหรับกรณีนี้คุณผู้หญิงต้องยอมรับว่า ฉันกำลังเข้าสู่วัยทองแล้ว   ซึ่งก็จะมีการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่าง เราไปเริ่มสำรวจกันเลยค่ะว่าเราตรงกับข้อไหนบ้าง ผิวหนังเหี่ยว แห้ง แพ้งาย เส้นผมแห้ง หยาบกร้าน ผมร่วง ผมเริ่มไม่เงางามแล้ว หากคุณเป็นคนรักสวยรักงามก็ต้องหมั่นดูแล้วผิวให้เป็นพิเศษกว่าตอนสาวๆ หาครีมบำรุงที่ให้ความชุ่มชื้น และหมั่นเติมเซรั่มให้กับเส้นผม ก็จะช่วยให้สภาพผิวและสภาพผิมดีขึ้น ปวดเมื่อยตามกระดูก ข้อต่อ ลำคอ มีอาการร้อนวูบวาบ เป็นๆหายๆ และบางคนจะมีอาการเหงื่อออกมากในตอนกลางคืน นอนไม่หลับ นอนไม่พอ ทำให้เป็นลมหน้ามืดเอาง่ายๆ ดังนั้น จึงควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ถ้านอนไม่หลับลองนั่งสมาธิก่อนนอน 10-15 นาที และที่สำคัญควรดื่มน้ำให้เยอะๆ ประมาณ 8 แก้วต่อวัน เพื่อให้ร่างกายสดชื่น เลือดไหลเวียนดี และออกกำลังกายตอนเช้าทุกวัน วันละ 10-15 นาที เชื่อว่าคนวัยนี้ตื่นเช้าทุกคนอยู่แล้ว ลองสละเวลาเพียงนิด บิดซ้ายบิดขวา เดินไปมาแป๊บๆ ก็จะช่วยให้สุภาพดีขึ้นเยอะเลยค่ะ อารมณ์หงุดหงิด เครียดง่าย เพราะเป็นวัยที่ผู้หญิงหลายคนหมดประจำเดือนแล้ว หรือบางคนก็เครียดเพราะงานเยอะ บางทีซึ่มเศร้า ขี้บ่น ชอบอยู่คนเดียว ขี้ใจน้อย [...]

Read more...

การดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่บ้านทำอย่างไร

  สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำคนที่มีญาติเป็นผู้ป่วยติดเตียง ที่ต้องดูแลกันเองที่บ้าน ซึ่งหัวใจของการดูแลผู้ป่วยติดเตียง คือ “คนดูแล” ค่ะ เพราะผู้ป่วยติดเตียงไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ส่วนจะเป็นใคร ขึ้นอยู่กับความสะดวก แต่ขอแนะนำว่าถ้าจะให้ดีที่สุดก็ควรจะเป็นญาติ เช่น ลูก หลาน สามี ภรรยา หรือญาติที่อยู่อาศัยร่วมชายคาด้วยกันมา จะได้รู้ใจและสามารถดูแลกันอย่างเต็มที่   ซึ่งวันนี้จะเน้นไปที่คนดูแลเป็นหลักนะคะ เพราะคนที่มีหน้าที่ดูแลจะเหนื่อยและเครียดมาก เพราะต้องดูแลทุกอย่าง ตั้งแต่ อาบน้ำ เช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า  ป้อนข้าว ป้อนน้ำ เช็ดอุจจาระ ปัสสาวะ เปลี่ยนแพมเพิร์ส  นั่งอยู่เป็นเพื่อนเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยเหงา เอาเป็นว่า ต้องทำแทนทุกอย่าง ถึงบอกไงคะว่า คนที่ดูแลควรเป็นญาติที่สนิทกันจริงๆ อย่างเช่นลูกหลานหรือสามีภรรยา ถ้าเป็นลูกหลานก็ถือว่าเป็นโอกาสที่จะได้ตอบแทนท่าน อย่าพึ่งเบื่อ อย่างพึ่งเหนื่อยนะคะ ตอนที่เรายังเด็กๆ ท่านก็ต้องเหนื่อยดูแลเราเหมือนกัน ส่วนคนที่เป็นสามีภรรยาก็คิดซะว่าร่วมบุญร่วมกรรมกันมา ตอนเขาสบายเขาก็ดูแลเรา พอเขาป่วยเราก็ดูแลเขาบ้าง ถ้าคิดแบบนี้ได้จะได้ไม่เครียดจนเกินไปค่ะ   แต่สำหรับใครไม่สะดวกที่จะดูแลด้วยตัวเองเนื่องจากเป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องออกไปทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ก็สามารถจ้าง “คนดูแลรับจ้าง” ได้ค่ะ ซึ่งถ้าสนใจก็สามารถติดต่อโรงพยาบาลใกล้บ้านได้เลย แต่ถึงจะจ้างคนดูแลก็ต้องรู้ไว้บ้างนะคะ   เรามาดูวิธีการดูแลคนไข้นอนติดเตียงแบบง่ายๆกันค่ะ 1)การพลิกตัว ควรพลิกตัวผู้ป่วยทุก 2 ชม. ให้นอนหงายบ้าง นอนตะแคงบ้าง เพื่อลดการกดทับ แต่ถ้าไม่มีเวลาควรซื้อที่นอนลมจะช่วยลดการกดทับได้ แต่ถึงยังไงก็ต้องพลิกตัวนะคะ     2) การรับประทานอาหาร ควรให้ผู้ป่วยนั่งทานนะคะ อย่านอนทานเด็ดขาดเพราะจะทำให้สำลักได้ ส่วนจะนั่งตัวตรงได้มากน้อยแค่ไหนก็ต้องพยามนั่งให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ พอกินเสร็จก็ควรนั่งต่อให้อาหารย่อย 1-2 ชม. ค่อยให้ผู้ป่วยนอนลง   3) ผู้ป่วยที่เจาะคอ ใส่ท่อช่วยหายใจนานๆ อาจมีเสมหะอุดตันต่อได้ ซึ่งผู้ดูแลควรหมั่นล้างท่อบ่อยๆนะคะ ควรล้างทุกวัน หรืออย่างมากอย่าเกิน 2 วันนะคะ ส่วนท่อที่นำออกมาล้างก็ควรต้มฆ่าเชื้อด้วยน้ำสุก   4) ผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะ ซึ่งการใส่สายสวนเข้าไปในร่างกาย ก็มีโอกาสติดเชื้อได้ คนดูแลควรเปลี่ยนสายปัสสาวะทุก 2-4 สัปดาห์ และต้องสังเกตสีของปัสสาวะให้ดี ถ้าสีขุ่น [...]

Read more...

ดูแลตัวเองอย่างไรให้แข็งแรงในวัย 50+

การดูแลตัวเองสำหรับท่านที่มีอายุเลยวัย 50 อาจจะต้องใส่ใจในการดูแลสุขภาพ และการป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ ที่พบ ตามวัยที่สูงขึ้น วันนี้จึงมีเคล็ดลับง่าย ๆ ในการดูแลรักษาสุขภาพและป้องกันโรคภัยต่าง ๆ ไปดูกันเลยค่ะว่ามีอะไรบ้าง   1. การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับวัย   การออกกำลังกายสำหรับวัยนี้ก็ต้องระวังนิดนึงนะคะ เพราะมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการออกกำลังกาย หรือบาดเจ็บ ดังนั้น เมื่อเริ่มออกกำลังกายใหม่ๆ ในวัย 50+ ก็ควรจะพบแพทย์เพื่อตรวจระดับความดันโลหิต และตรวจความเสี่ยงของการเกิดภาวะหัวใจขาดเลือด เพื่อป้องกันการเกิด ภาวะหัวใจขาดเลือดในขณะออกกำลังกาย ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้   2. ทานอาหารที่เหมาะสมกับวัย   คนวัยอายุ 50+ ควรเลือกรับประทานอาหารกันสักหน่อย และต้องควบคุมกันมากขึ้น เพราะถ้าขืนตามใจปากมีหวังโรคอ้วน เบาหวาน ความดันตามาเป็นชุดแน่ๆ สำหรับคนวัยนี้ควรลดอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว แป้ง  ขนมปัง ของหวาน ผลไม้รสหวานจัดและน้ำตาล ควรรับประทานอาหารประเภทผัก และผลไม้มากขึ้น โดยให้มีผักและผลไม้อยู่ในทุกมื้อของอาหาร เพราะจะช่วยให้ระบบการขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น   3. รู้จักโรคในวัย 50เพื่อการป้องกัน   คนในวัย 50+ ถ้าดูแลรักษาตัวเองดี บางคนก็ยังมีสุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคภัยไข้เจ็บอะไร แต่ถึงอย่างไรก็ควรจะศึกษา เพื่อเป็นการป้องกัน  หากเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาจะได้รู้วีธีดูแลตัวเองได้ ซึ่งโรคที่พบในวัย 50+ ได้แก่ > โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจ ไขมันในเลือดสูง โรคเหล่านี้เป็นโรคโรคเรื้อรัง ที่มาเป็นแพคเก็จ > โรคมะเร็ง พบในเพศหญิง เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปาดมดลูก ส่วนผู้ชายอายุเกิน 50 ปี จะเริ่มพบมะเร็งต่อมลูกหมากมากขึ้นเรื่อยตามอายุโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ > อาการเสื่อมของข้อและกระดูก มีการอาการปวดเวลาขยับร่างกาย ซึ่งทำให้ไม่อยากออกกำลังกาย และนำไปสู่โรคเรื้อรังต่างๆ ได้ ซึ่งจะมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน   วิธีป้องกันคือการใส่ใจสุขภาพ ด้านการกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อน ก็จะทำให้ห่างไกลจากโรคเหล่านี้ได้   4. [...]

Read more...

อาหารเสริมแบบไหนที่คนวัย 40+ ควรทาน

อาหารเสริมแบบไหนที่คนวัย 40+ ควรทาน เมื่อย่างเข้าสู่วัย 40+ ก็ต้องดูแลสุขภาพให้เป็นพิเศษ เพราะร่างกายจะเสื่อมโทรมไปตามธรรมชาติ ซึ่งหลีกเลี่ยงได้ยาก แต่สำหรับใครที่ยังอยากมีสุขภาพแข็งแรง ดูหนุ่มสาว ก็จะมีหาอาเสริมต่างๆมาบำรุงร่างกาย เพื่อให้ดูหนุ่มสาว ไม่แก่ ดังนั้น วันนี้เราจะมีวิธีทานอาหารเสริมที่เหมาะสำหรับคนวัย 40+ ได้เลือกทานกันค่ะ 1. วิตามินรวม ซึ่งเหมาะกับคนวัย 40+ เพราะมีวิตามินหลายชนิดรวมกันอยู่ ซึ่งวิตามินรวมนี้สำคัญกับร่างกายนะคะ เพราะช่วยบำรุงร่างกาย และสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุนและช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานอย่างปกติ ทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่ป่วยง่าย ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆได้   2. แคลเซียม แคลเซียมเป็นสารอาหารสำคัญมาก เพราะวัย 40+ มีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุนกันมาก ดังนั้นในชีวิตของคนเราจึงขาดแคลเซียมไม่ได้เลยค่ะ เพราะเมื่อระดับแคลเซียมในเลือดลดต่ำลง ระบบในร่างกายก็จะไปดึงเอาแคลเซียมจากกระดูกมาทดแทนทำให้เสี่ยงต่อภาวะโรคกระดูกเปราะหรือพรุน  ดังนั้นจึงแนะนำให้รับประทานแคลเซียมควบคู่ไปพร้อมกับแมกนีเซียมเพื่อช่วยในการดูดซึมสารอาหารที่จำเป็นนำไปใช้ในร่างกายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งอาหารที่อุดมไปด้วยแมกนีเซียมได้แก่ ผลไม้เปลือกแข็ง ถั่วเมล็ดแข็ง ธัญพืช ข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี ผักใบเขียว เป็นต้น   3. วิตามินดี วิตามินตัวนี้ก็สำคัญกับกระดูกเช่นกัน  เพราะวิตามินดี เป็นตัวช่วยให้ร่างกายการดูดซึมแคลเซียมได้ดี อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคปลอกหุ้มเส้นประสาทอักเสบและมะเร็งเต้านม วิธีที่จะได้รับวิตามินดีง่ายๆคือ การเดินออกไปรับแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า การกินไข่แดง ปลาทะเล และนมก็ช่วยให้เราได้รับวิตามินดีจากธรรมชาติได้ง่ายๆ ไม่ต้องเสียตังค์ค่ะ   4. น้ำมันปลา หลายคนสับสันระหว่าง น้ำมันปลา กับ น้ำมันตับปลา เพราะชื่อคล้ายกันเวลาไปซื้อก็อาจจะจำชื่อผิด แนะนำให้จดไปจะดีกว่านะคะ เพราะชื่อคล้ายกันแต่สรรพคุณต่างกันนะคะ ที่ถูกคือน้ำมันปลา และนี่คืออาหารเสริมที่วัย 40 ขึ้นไปควรรับประทานอย่างยิ่งค่ะ เพราะจะช่วยให้หัวใจแข็งแรง มีโอเมก้า 3 DHA และ EPA กรดไขมันต่างๆ ที่ช่วยป้องกันภัยร้ายจากมะเร็งเต้านมและช่วยในเรื่องการทำงานของสมองด้วยค่ะ   5. ซอยไอโซฟลาโวนส์ ช่วยบรรเทาอาการไม่พึงประสงค์ต่างๆ ของสตรีวัยใกล้หมดหรือวัยหมดประจำเดือน ช่วยไม่ให้เกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน ลดคอเลสตอรอล ลดความเสี่ยงจากมะเร็งเต้านมและเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งสารตัวนี้เป็นสารสกัดที่ได้จากถั่วเหลือง ที่มีคุณสมบัติช่วยให้กระดูกแข็งแรง เสริมมวลกระดูก ป้องกันการเป็นโรคกระดูกพรุน [...]

Read more...

โรคอะไรที่ต้องระวังในวัยใกล้เกษียณ

เชื่อว่าเกือบทุกครอบครัวมีผู้สูงอายุอยู่อยู่ในบ้าน ดั้งนั้นควรมีการเตรียมความพร้อมสำหรับรับมือกับโรคภัยไข้เจ็บที่จะเกิด ซึ่งผู้สูงอายุก็จะมีโอกาสเป็นโรคต่างๆ ดังนั้นการเตรียมความพร้อมในด้านความรู้ ข้อมูล หรือวิธีการดูแลเกี่ยวกับผู้สูงอายุ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งอาการและโรคที่พบบ่อยในวัยใกล้เกษียณ ก็จะมีโรคต่างๆ ดังนี้ 1.เวียนศีรษะ อาการเวียนศรีษะ เป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ มีอาการบ้านหมุน คลื่นไส้อาเจียน เป็นๆหายๆ ซึ่งสาเหตุของอาการเวียนศีรษะนั้นเกิดจากปัจจัยที่เกี่ยวกับการควบคุมการทรงตัวของร่างกาย ระบบกล้ามเนื้อ และข้อต่อ วิธีดูแลสุขภาพ > อันดับแรกต้องไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงว่าเกิดจากอะไรกันแน่น จะได้รักษาได้ตรงอาการ > ส่วนคนที่เวียนหัวอยู่บ่อยๆ ไม่ควรอยู่คนเดียว ควรมีคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ถึงอย่างไรก็ควรหัดเดินและทำกิจวัตรประจำวันต่างๆด้วยตัวเอง เพราะการให้คนช่วยพยุงบ่อยๆจะทำให้เวลาแก่ตัวมาไม่สามารเดินได้และช่วยเหลือตัวเองไม่ได้   2.โรคกระดูกพรุน เป็นโรคที่พบในผู้สูงอายุทุกคน มีสาเหตุจากการทำงานของฮอร์โมนที่ลดลง ไม่ได้รับแคลเซียมเพียงพอ สำหรับผู้หญิงที่หมดประจำเดือนฮอร์โมนลดลง ส่งผลทำให้กระดูกพรุนเช่นกัน วิธีดูแลสุขภาพ > ออกกำลังกายเบาๆ ให้ยืดเส้นยืดสาย ให้ร่างกายได้ขยับไปมา แต่ไม่หักโหมนะคะ >  เมื่อมีอาการเจ็บปวดตามข้อ กระดูก หรือตามร่างกายควรรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน > เลือกทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น ปลาเล็กปลาน้อย ดื่มนมพร่องมันเนย ผักผลไม้ >  งดดื่มสุราและงดสูบบุหรี่ > หลีกเลี่ยงการซื้อยามารับประทานเองโดยเด็ดขาด   3. โรคข้อเสื่อม ด้วยวัยใกล้เกษียณอาจจะชอบเข้าวัดฟังธรรม นั่งสมาธิ หรือนั่งท่าเดียวนานๆ ก็ทำให้ข้อฝืดจากการหยุดการเคลื่อนไหวข้อเป็นเวลานาน และโรคข้อเสื่อมยังเกิดจากเกิดจากการเปลี่ยนแปลงที่กระดูกอ่อนผิวข้อเป็นหลัก มีอาการเจ็บด้านใดด้านหนึ่งของข้อได้ หรืออาจมีอาการบวมแดง แต่เมื่อได้พักอาการปวดก็จะลดลงหรือหายไป แต่อาการจะเป็นๆหายๆ ขึ้นอยู่กับการใช้งานข้อ วิธีดูแลสุขภาพ >  ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ให้ร่างกายได้ขยับได้เคลื่อนไหวในท่าต่างๆ อย่าอยู่ท่าเดิมนานๆ >  ควรใช้ส้วมแบบชักโครก ไม่ควรใช้ส้วมแบบนั่งยอง เพราะจะทำให้เจ็บเขาและลุกยาก อาจเกิดอาการบาดเจ็บได้ >  ไม่ควรนั่งกับพื้นนานๆ หรือไม่ทำงานที่ต้องก้มๆเงยๆ และควรหลีกเลี่ยงการขึ้นบันไดหรือที่สูงชัน และไม่ควรยกของหนัก   4.โรคสมองเสื่อม โรคนี้เป็นอีกโรคยอดฮิตของผู้สูงอายุเลยทีเดียว เพราะโรคนี้มักพบในผู้สูงอายุ เกิดได้จากหลายสาเหตุ ที่พบกันมากคือโรคอัลไซเมอร์ วิธีดูแลสุขภาพ > งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด > ควรพบแพทย์และให้แพทย์เป็นผู้สั่งยาทุกครั้ง ไม่ควรซื้อยาทานเองเด็ดขาด > ออกกำลังกายและตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี > หากิจกรรมทำเพื่อผ่อนคลาย เช่น ดนตรีบำบัด เต้นรำ กลิ่นบำบัด ที่สำคัญเลยคือผู้ดูแลต้องมีความอดทนเพราะคนที่เป็นโรคนี้จะมีอาการ เดินช้า พูดช้า ตัดสินใจช้าและต้องให้กำลังใจผู้สูงอายุ อย่าดุด่าว่ากล่าวให้ท่านเกิดความท้อแท้และหมดกำลังใจเด็ดขาด   จะเห็นได้ว่าโรคภัยไข้เจ็บเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้อยากยิ่งอายุเยอะก็ต้องเสี่ยงกับโรคต่างๆได้ง่าย แต่หากเราหมั่นออกกำลังกาย [...]

Read more...

วิตามินอะไรเหมาะกับคนวัย 50+

   ยิ่งอายุย่างเข้าเลข 5 ยิ่งต้องดูแลสุขภาพตัวเองเป็นพิเศษ เพราะวัยนี้จะเป็นช่วงที่ร่างการเสื่อมโทรมเร็ว ดังนั้น คนวัยนี้จึงควรหมั่นดูแลสุขภาพ ออกกำลังกายเล็กๆน้อย แต่เป็นประจำ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำเยอะๆ ก็จะทำให้ร่างกายสดชื่นแข็งแรง แต่สำหรับหลายคนที่คิดว่า ยังทานอาหารไม่ครบห้าหมู่และยังอยากบำรุงร่างกายด้วยอาหารเสริม วันนี้ก็เลยจะมาแนะนำกันค่ะว่าคนวัย50 เหมาะที่จะทานวิตามินอะไรบ้าง    การรับประทานวิตามินเสริม   ในวัย 50 ควรรับประทาน วิตามิน บำรุงกระดูก , บำรุงสมอง   และวิตามินซี เพื่อไม่ให้เป็นหวัด  แต่ถึงแม้จะรู้ว่าควรทานอะไร แต่เพื่อความปลอดภัยควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนซื้อมาทานจะดีกว่านะคะ เพราะบางทีเราคิดว่าร่างกายเราต้องการ แต่หมอตรวจดูแล้วอาจไม่จำเป็นก็ได้ และที่สำคัญปริมาณในการกิน บางคนอยากสุขภาพดีก็จัดไปหลายๆเม็ดโดยที่ไม่รู้โทษของมันด้วยซ้ำเพราะคิดว่ายิ่งกินเยอะยิ่งดีต่อสุขภาพ ทางที่ดีควรปรึกษาแพทย์ก่อนกินจะดีที่สุดค่ะ   การทานวิตามิน ถึงแม้จะอยู่ช่วงวันเดียวกันแต่ไม่จำเป็นว่าต้องทานวิตามินตัวเดียวกันเสมอไป ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน บางคนแพ้ยา บางคนมีโรคประจำตัว การทานวิตามินของแต่ละคนจึงแตกต่างกัน   แล้วคนที่ร่างกายปกติ ไม่แพ้ยา ไม่เป็นโรคประจำตัวอะไร คนวัย 50 จะทานวิตามินตัวไหนได้บ้าง เราไปดูกันค่ะ 1 วิตามินอี วิตามินซี เบต้าแคโรทีน ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคต้อกระจก 2 วิตามินอี ช่วยลดอนุมูลอิสระในร่างกายและสำหรับคนที่รักสวยรักงามไม่ยอมแก่ วิตามินอียังช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง ทำให้ไม่เกิดอาการแพ้และคันตามร่างกาย 3 วิตามินเค มีคุณสมบัติในการช่วยสร้างและควบคุมคุณภาพกระดูกให้แข็งแรง เพราะในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนจะมีระดับของวิตามินเค ลดลงมาก การทานวิตามินเคเพื่อบำรุงร่างกายในส่วนที่ขาดก็จะทำให้ร่างกายเกิดความสมดุลมากขึ้น 4 วิตามินดี ทำงานร่วมกันในการผลิตโปรตีนในกระดูก ช่วยการดูดซึมแคลเซียมทางลำไส้ ที่กระดูกวิตามินดีจะส่งเสริมการเจริญเติบโตของเซลล์กระดูกให้เป็นไปตามธรรมชาติ 5 วิตามินบีรวม โดยเฉพาะบี 12 ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดป้องกันโรคโลหิตจางได้ และเลือกทานผักใบเขียวต่างๆ ตับและถั่ว จะทำให้เราได้รับกรดโฟลิคที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงานของหัวใจได้ 6 แร่ธาตุหลัก เช่น แคลเซียม ตัวนี้สำคัญมาก เพราะช่วยรักษาเนื้อกระดูกและป้องกันโรคกระดูกพรุนสำหรับวัย 50 ปีขึ้นไป สังกะสี ช่วยป้องกันการติดเชื้อ เพิ่มภูมิต้านทาน   ทั้งนี้การทานวิตามินหรืออาหารเสริม ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะให้ความใส่ใจกับสุขภาพมากน้อยแค่ไหน แนะนำว่าควรทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ก็ถือว่าเพียงพอ ออกกำลังกายเป็นประจำก็จะช่วยเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรง [...]

Read more...