Author - admin

สมุนไพรแก้ปวดเข่าเสื่อมมีอะไรในบ้านใช้ได้บ้าง?

โรคเข่าเสื่อม ที่ไม่ได้พบเฉพาะในผู้สูงอายุแล้วเท่านั้น วัยหนุ่มสาวก็เริ่มมีอาการแบบนี้ให้เห็นกันบ้าง ไม่แปลกหรอกค่ะ ร่างกายที่ถูกใช้งานมากๆ ก็เสื่อมไปตามกาลเวลานั่นเอง โรคเข่าเสื่อม เกิดจากกระดูกอ่อนผิวข้อที่อยู่ระหว่างข้อต่อมีความผิดปรกติ และเมื่อเกิดการเสียดสีของข้อต่อ อาการปวดก็จะตามมา การรักษาและการบำบัดก็มีหลายวิธี ทั้งการแพทย์ปัจจุบัน และธรรมบำบัดโดยการใช้สมุนไพร การใช้สมุนไพรก็เป็นทางเลือกที่ดีทางเลือกหนึ่ง เพราะเราสามารถทำได้เองง่ายๆที่บ้าน แถมราคาถูกเสียด้วย มาดูกันค่ะว่า เจ้าสมุนไพรตัวไหน ที่เราจะนำมาใช้แก้ปวดเข่าเสื่อมได้บ้าง ขิง สรรพคุณมากมายของขิง ที่เราทราบกันดีก็คือ แก้หวัด แต่ขิงยังมีสรรพคุณแก้ปวดได้อีกด้วย เหมาะมากเลยที่เราจะปลูกไว้ติดบ้านนะคะ เราสามารถทานง่ายๆ เป็นชาขิง หรือนำขิงฝานมาแช่ในน้ำอุ่น 15 นาที เท่านี้ก็เรียบร้อย ดื่มวันะ 1-2 ครั้งต่อวัน เท่านี้อาการปวดก็ค่อยๆทุเลาแล้วค่ะ นอกจากนี้ ยังนำขิงมาทำเป็นลูกประคบก็ได้นะคะ ทำได้ง่ายเหมือนกัน เพียงนำขิงสดแก่ มาตำรวมกับน้ำตาลทรายแค่พอหยาบๆ แล้วคั้นน้ำออก นำกากที่เหลือ ไปพอกตรงบริเวณที่ปวดได้เลยค่ะ แถมประคบได้บ่อยตามต้องงาน เห็นไหมคะ ง่ายนิดเดียว ข่าแก่+กานพลู+เหล้าขาว ส่วนผสมทั้ง 3 นี้ หาไม่ยากเกินไปใช่ไหมคะ ลูกประคบแก้ปวดเข่าชั้นดีอีดสูตร สามารถทำได้ดังนี้ค่ะ นำข่าแก่และกานพลู มาตำรวมกันให้ละเอียด เติมเหล้าขาวลงไป และตำให้เข้ากันอีกครั้ง (ระวังน้ำเหล้าขาวกระเด็นเข้าตานะคะ!) แล้วก็กรองด้วยผ้าขาวบางมัดกากสมุนไพรที่เหลือด้วยผ้าขาวบาง แค่นี้ก็เป็นลูกประคบที่เราทำได้เองแล้วค่ะ ประคบได้ทุกวันเลยนะคะจนกว่าจะหาย แนะนำว่า ปลุกข่า และกานพลู ไว้ที่บ้านนะคะ สะดวกดีค่ะ แถมไม่ต้องซื้ออีกด้วย มะกรูดสด+เหล้าขาว นำมะกรูดสดๆ มา 10 ลูก ใส่ในขวดโหลแก้ว จากนั้นเทเหล้าขาวลงไปจนท่วม หมักทิ้งไว้ 15 วัน เมื่อครบกำหนด กรองเอาน้ำออกมา หาขวดสเปรย์สักขวด ใส่น้ำที่เราหมักได้ลงไป เท่านี้ เราก็ได้สเปรย์แก้ปวด ด้วยฝีมือเราเองแล้วค่ะ พกติดตัวง่ายด้วยนะคะ ขมิ้น ถ้าเป็นคนโบราณที่อยากผิวสวย คงหนีไม่พ้นที่จะนึกถึง “ขมิ้น” นำมาขัดตัว ให้ผิวสวย เหลืองอร่ามน่ามอง แต่รู้ไหมคะ ขมิ้น [...]

Read more...

การดูแลสุขภาพสำหรับผู้สูงวัยในฤดูฝน

ช่วงหน้าฝนสิ่งหนึ่งที่ต้องระวังอย่างมากเห็นจะเป็นเรื่องของสุขภาพ  โรคที่มากับหน้าฝนมักมีระดับความรุนแรง สำหรับคนที่มีสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงมีภูมิต้านทานน้อย ก็มักจะเจ็บป่วยได้ง่าย โรคที่มักพบบ่อยในช่วงหน้าฝนอย่างเช่น โรคปอดบวม ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตเป็นอันดับ 1 ของโรคติดเชื้อทั้งหมด เป็นอะไรที่ต้องระวังเป็นอย่างมาก โดยมักจะมีอาการแทรกซ้อนจากไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่   ในส่วนของผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคปอดเรื้อรัง โรคเบาหวาน หรือผู้สูงวัยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งโรคปอดบวมจะมีความรุนแรงสูง อันเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส มักเป็นโรคแทรกซ้อนหลังจากป่วยเป็นไข้หวัดมาประมาณ 3 วัน ผู้ป่วยจะมีไข้สูง ไอมีเสมหะ น้ำมูกเปลี่ยนสีจากสีเหลืองเป็นสีเขียวข้น มีอาการเจ็บหน้าอก เหนื่อยหอบง่าย ในผู้สูงอายุจึงต้องให้ความใส่ใจมากเป็นพิเศษ ซึ่งท่านอาจจะมีไข้ ตัวอุ่น ๆ หรือมีอาการซึมลง   เมื่อทราบเช่นนี้การป้องกันย่อมดีกว่า ควรพาผู้สูงอายุไปออกกำลังกายสม่ำเสมอ ให้ท่านสวมเสื้อผ้าเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น เพิ่มการรับประทานผักและผลไม้มากขึ้นและนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ นอกจากนี้ควรใช้ช้อนกลางเวลารับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่นด้วย   จะเห็นได้ว่าในช่วงหน้าฝนผู้สูงอายุบางท่านอาจมีภูมิต้านทานไม่แข็งแรง เชื้อโรคโจมตีได้โดยง่าย ซึ่งหน้าฝนเช่นนี้เจ้าเชื้อไวรัสและแบคทีเรียจะแพร่ขยายได้อย่างรวดเร็วทำให้ก่อโรคต่าง ๆ ตามมา   การดูแลสุขภาพสำหรับผู้สูงวัยในช่วงหน้าฝน จากสภาพอากาศในฤดูฝน โรคที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ นั่นก็คือ โรคระบบทางเดินหายใจ ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ คออักเสบหรือหลอดลมอักเสบ ซึ่งก็สามารถลุกลามไปเป็นโรคปอดอักเสบหรือปอดบวมได้ ยิ่งถ้าอยู่ในสถานที่ที่มีน้ำท่วมขังฉี่หนูปนเปื้อนตามพื้นถนน เมื่อผู้สูงอายุเดินเท้าเปล่าจะทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านทางบาดแผลหรือเยื่อบุผิวหนังได้ อาจป่วยเป็นไข้ฉี่หนูได้ สำหรับบ้านที่มีผู้สูงวัยควรดูแลเป็นพิเศษด้วยการสวมใส่รองเท้าก่อนเดินออกไปนอกบ้านหรือเข้าไปทำสวนในที่ชื้นแฉะ เพราะคนสูงวัยจำนวนมากมักชอบทำสวนหรือปลูกต้นไม้เพื่อให้ตนเองไม่อยู่นิ่งเฉย   การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุในช่วงฤดูฝน ควรดูแลแบบครบวงจร อาทิ รักษาร่างกายให้อบอุ่นอยู่เสมอ ให้ท่านนอนหลับให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ และดื่มน้ำสะอาด ควรล้างมือก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง พาท่านออกกำลังกายเป็นประจำและระวังอย่าให้ถูกยุงกัด   เพราะทุกสิ่งล้วนมีที่มาจากสาเหตุ หากเราขจัดต้นเหตุแห่งปัญหาที่จะเกิดตามมา เช่น ในเรื่องของความสะอาด ในเรื่องของโภชนาการ เราก็จะช่วยให้ผู้สูงอายุมีภูมิต้านทานและผ่านฤดูฝนไปได้อย่างแข็งแรง   ผู้สูงอายุย่อมมีการเสื่อมไปของร่างกายเป็นของธรรมดา แต่ถ้าหากลูกหลานดูแลเอาใจใส่ในสุขภาพร่างกายและจิตใจ ยิ่งในช่วงหน้าฝนด้วยแล้ว ถึงแม้ฝนจะตกหนักแค่ไหน ตกทุกวันเพียงใด ก็ไม่สามารถทำอะไรผู้สูงอายุที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีได้ การดูแลจึงเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยให้ผู้สูงอายุปลอดจากโรคที่มาจากหน้าฝน ซึ่งการป้องกันย่อมดีกว่าการรักษาอย่างแน่นอนครับ Share

Read more...

เรื่องเซ็กซ์ที่ผู้หญิงวัย 40 ขึ้นไปควรรู้

ถึงแม้อายุอานามจะเข้าเลข 4  แล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสมรรถภาพเรื่องเซ็กซ์จะลดน้อยลงนะ แต่คนวัยนี้จะให้ความสำคัญกับงาน ชีวิตครอบครัว และสุขภาพมากกว่า ดังนั้น เราจึงควรรู้ว่าเมื่อย่างเข้า 40+ แล้วจะดูแลตัวเองยังไงให้สดใส ไม่โทรม มีสุขภาพแข็งแรงและไม่ส่งผลกระทบต่อเรื่องเซ็กซ์   การดูแลสุขภาพของคนวัย 40+ เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ร่างกายยังคงแข็งแรง กระฉับกระเฉงเหมือนเป็นสาวๆ ถึงแม้บางคนยังดูสวยปิ๊ง และบางคนหน้าเด็กยังกะสาว 20 ก็มี แต่เมื่ออายุย่างเข้าเลข 4 แล้ว วัยนี้รังไข่จะหยุดทำงานและไม่มีการตกไข่ ซึ่งผลที่ออกมาก็คือคุณจะไม่มีประจำเดือน ไม่มีการสร้างฮอร์โมนเพศที่เรียกว่า เอสโตรเจนและโปรเจสเตอโร แต่บางคนก็ยังมีอยู่นะคะ แต่สำหรับกรณีนี้คุณผู้หญิงต้องยอมรับว่า ฉันกำลังเข้าสู่วัยทองแล้ว   ซึ่งก็จะมีการเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่าง เราไปเริ่มสำรวจกันเลยค่ะว่าเราตรงกับข้อไหนบ้าง ผิวหนังเหี่ยว แห้ง แพ้งาย เส้นผมแห้ง หยาบกร้าน ผมร่วง ผมเริ่มไม่เงางามแล้ว หากคุณเป็นคนรักสวยรักงามก็ต้องหมั่นดูแล้วผิวให้เป็นพิเศษกว่าตอนสาวๆ หาครีมบำรุงที่ให้ความชุ่มชื้น และหมั่นเติมเซรั่มให้กับเส้นผม ก็จะช่วยให้สภาพผิวและสภาพผิมดีขึ้น ปวดเมื่อยตามกระดูก ข้อต่อ ลำคอ มีอาการร้อนวูบวาบ เป็นๆหายๆ และบางคนจะมีอาการเหงื่อออกมากในตอนกลางคืน นอนไม่หลับ นอนไม่พอ ทำให้เป็นลมหน้ามืดเอาง่ายๆ ดังนั้น จึงควรนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ถ้านอนไม่หลับลองนั่งสมาธิก่อนนอน 10-15 นาที และที่สำคัญควรดื่มน้ำให้เยอะๆ ประมาณ 8 แก้วต่อวัน เพื่อให้ร่างกายสดชื่น เลือดไหลเวียนดี และออกกำลังกายตอนเช้าทุกวัน วันละ 10-15 นาที เชื่อว่าคนวัยนี้ตื่นเช้าทุกคนอยู่แล้ว ลองสละเวลาเพียงนิด บิดซ้ายบิดขวา เดินไปมาแป๊บๆ ก็จะช่วยให้สุภาพดีขึ้นเยอะเลยค่ะ อารมณ์หงุดหงิด เครียดง่าย เพราะเป็นวัยที่ผู้หญิงหลายคนหมดประจำเดือนแล้ว หรือบางคนก็เครียดเพราะงานเยอะ บางทีซึ่มเศร้า ขี้บ่น ชอบอยู่คนเดียว ขี้ใจน้อย [...]

Read more...

การดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่บ้านทำอย่างไร

  สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำคนที่มีญาติเป็นผู้ป่วยติดเตียง ที่ต้องดูแลกันเองที่บ้าน ซึ่งหัวใจของการดูแลผู้ป่วยติดเตียง คือ “คนดูแล” ค่ะ เพราะผู้ป่วยติดเตียงไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ส่วนจะเป็นใคร ขึ้นอยู่กับความสะดวก แต่ขอแนะนำว่าถ้าจะให้ดีที่สุดก็ควรจะเป็นญาติ เช่น ลูก หลาน สามี ภรรยา หรือญาติที่อยู่อาศัยร่วมชายคาด้วยกันมา จะได้รู้ใจและสามารถดูแลกันอย่างเต็มที่   ซึ่งวันนี้จะเน้นไปที่คนดูแลเป็นหลักนะคะ เพราะคนที่มีหน้าที่ดูแลจะเหนื่อยและเครียดมาก เพราะต้องดูแลทุกอย่าง ตั้งแต่ อาบน้ำ เช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า  ป้อนข้าว ป้อนน้ำ เช็ดอุจจาระ ปัสสาวะ เปลี่ยนแพมเพิร์ส  นั่งอยู่เป็นเพื่อนเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยเหงา เอาเป็นว่า ต้องทำแทนทุกอย่าง ถึงบอกไงคะว่า คนที่ดูแลควรเป็นญาติที่สนิทกันจริงๆ อย่างเช่นลูกหลานหรือสามีภรรยา ถ้าเป็นลูกหลานก็ถือว่าเป็นโอกาสที่จะได้ตอบแทนท่าน อย่าพึ่งเบื่อ อย่างพึ่งเหนื่อยนะคะ ตอนที่เรายังเด็กๆ ท่านก็ต้องเหนื่อยดูแลเราเหมือนกัน ส่วนคนที่เป็นสามีภรรยาก็คิดซะว่าร่วมบุญร่วมกรรมกันมา ตอนเขาสบายเขาก็ดูแลเรา พอเขาป่วยเราก็ดูแลเขาบ้าง ถ้าคิดแบบนี้ได้จะได้ไม่เครียดจนเกินไปค่ะ   แต่สำหรับใครไม่สะดวกที่จะดูแลด้วยตัวเองเนื่องจากเป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องออกไปทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ก็สามารถจ้าง “คนดูแลรับจ้าง” ได้ค่ะ ซึ่งถ้าสนใจก็สามารถติดต่อโรงพยาบาลใกล้บ้านได้เลย แต่ถึงจะจ้างคนดูแลก็ต้องรู้ไว้บ้างนะคะ   เรามาดูวิธีการดูแลคนไข้นอนติดเตียงแบบง่ายๆกันค่ะ 1)การพลิกตัว ควรพลิกตัวผู้ป่วยทุก 2 ชม. ให้นอนหงายบ้าง นอนตะแคงบ้าง เพื่อลดการกดทับ แต่ถ้าไม่มีเวลาควรซื้อที่นอนลมจะช่วยลดการกดทับได้ แต่ถึงยังไงก็ต้องพลิกตัวนะคะ     2) การรับประทานอาหาร ควรให้ผู้ป่วยนั่งทานนะคะ อย่านอนทานเด็ดขาดเพราะจะทำให้สำลักได้ ส่วนจะนั่งตัวตรงได้มากน้อยแค่ไหนก็ต้องพยามนั่งให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ พอกินเสร็จก็ควรนั่งต่อให้อาหารย่อย 1-2 ชม. ค่อยให้ผู้ป่วยนอนลง   3) ผู้ป่วยที่เจาะคอ ใส่ท่อช่วยหายใจนานๆ อาจมีเสมหะอุดตันต่อได้ ซึ่งผู้ดูแลควรหมั่นล้างท่อบ่อยๆนะคะ ควรล้างทุกวัน หรืออย่างมากอย่าเกิน 2 วันนะคะ ส่วนท่อที่นำออกมาล้างก็ควรต้มฆ่าเชื้อด้วยน้ำสุก   4) ผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะ ซึ่งการใส่สายสวนเข้าไปในร่างกาย ก็มีโอกาสติดเชื้อได้ คนดูแลควรเปลี่ยนสายปัสสาวะทุก 2-4 สัปดาห์ และต้องสังเกตสีของปัสสาวะให้ดี ถ้าสีขุ่น [...]

Read more...

อายุ 40 ทำ ธุรกิจ อะไร ดี

คนวัย 40 เป็นวัยที่มีประสบการณ์การทำงานสูง ส่วนมากก็จะเป็นระดับหัวหน้าหรือผู้บริหาร แต่สำหรับบางคนเมื่อสั่งสมประสบการณ์มามากพอก็อยากจะออกมาทำธุรกิจเป็นของตัวเอง ไม่อยากเป็นลูกน้องใคร ถึงจะได้เงินเดือนสูงแต่ก็โดนเจ้านายเจ้าอารมณ์ดุด่ายังกะเราเป็นเด็กใหม่ ซึ่งมันทำให้เสียความรู้สึก และในอีกมุมหนึ่งยิ่งเราทำงานมานานและเงินเดือนสูงมากเท่าไหร่ความเสี่ยงที่บริษัทจะเชิญออกก็มีมากเช่นกัน ดังนั้นวันนี้จะมาแนะนำธุรกิจที่เหมาะกับคนวัน 40 ไปดูกันเลยค่ะ ที่ปรึกษาผู้บริหารบริษัท อาชีพนี้เป็นอาชีพที่เหมาะสมกับวัยและประสบการณ์ และหลายคนก็ลาออกจากการเป็นพนักงานประจำมาเป็นที่ปรึกษาแทน เพราอาชีพนี้ต้องใช้คนมีความรู้และความน่าเชื่อถือ ถึงแม้ว่าคุณจะเคยเป็นแค่พนักงานแต่ด้วยประสบการณ์และการคร่ำหวอดอยู่ในสายอาชีพโดยตรงและยาวนาน เชื่อว่าคุณจะสามารถนำความรู้และประสบการณ์ไปทำงานเป็นที่ปรึกษาได้ เลือกสมัครกับบริษัทเล็ก ๆ หรือหน่วยงานขนาดที่ไม่ใหญ่มาก จะได้ทำงานได้อย่างเต็มที่ นักเขียนอิสระ ด้วยประสบการณ์ ผ่านอะไรมาเยอะ การเขียนเล่าเรื่องราวต่างๆ แม้แต่เขียนเคล็ดลับต่างๆในการทำงาน ทำธุรกิจ ก็สามารถเขียนออกมาได้เป็นเล่มๆ อาชีพนักเขียน จึงถือว่าเป็นอาชีพยอดฮิตของคนวัยนี้เลยก็ว่าได้  ซึ่งปัจจุบันก็สามารถหารายได้จากการเป็นนักเขียนอิสระได้หลายช่องทาง เช่น การเขียนบล็อก การทำเพจ  การทำอีบุคส์ขาย หรือแม้รับงานเขียนบทความเฉพาะด้าน ก็จะทำให้มีรายได้พอๆกับงานประจำ หรือบางทีอาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ แค่รู้จักดึงประสบการณ์ตัวเองออกมาสร้างรายได้ ก็ทำให้วัย 40 ไม่ต้องเป็นลูกน้องใคร เป็นอาจารย์พิเศษในมหาวิทยาลัย ด้วยประสบการณ์การทำงานตรง ที่ลงมือทำจริง รู้ลึกรู้จริงในสาขาอาชีพตัวเอง จึงไม่น่าแปลกที่หลายคนผันตัวเองออกมาเป็นอาจารย์พิเศษตามมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ตรงให้กับนักศึกษา ซึ่งถือว่าคุณได้ทำประโยชน์ให้กับนักศึกษาเป็นอย่างมาก เพราะคุณเอาสิ่งที่ทำจริง ไม่ใช่เพียงทฤษีไปสอน ก็จะทำให้การสอนมีประสิทธิภาพ และอัตราการจ้างก็จะสูงตามไปด้วย   เป็นโค้ช เป็นนักพูด หลายคนทำงานเก่งจนสามารถพูดออกมาได้เป็นฉากๆ โดยไม่ต้องเปิดตำรา ยิ่งคนที่มีพรสวรรค์ ในเรื่องของการพูด มีศิลปะในการถ่ายทอดผ่านการเล่าเรื่อง ก็สามารถผันตัวเองมาเป็นนักพูดได้ เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่คนวัย 40 สามารถทำได้ดี และหากคุณมีความสามารถด้านอื่นๆ เช่น การเงิน ด้านช่าง ด้านคอมพิวเตอร์ ไอที ด้านงานฝีมือ คุณก็ผันตัวเองมาเป็น โค้ช เปิดสอนครอสออนไลน์ หรือครอสออฟไลน์เพื่อสร้างรายได้ ซึ่งเป็นอาชีพยอดฮิตในขณะนี้ที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ แต่ขอแค่คุณมีความรู้นั้นจริงๆนะคะ นักลงทุนในตลาดหุ้น อาจจะดูขัดกับความรู้สึก เพราะยิ่งมีอายุสูงก็ไม่ควรจะเสียงกับการลงทุน  ยิ่งการลงทุนในตลาดหุ้นยิ่งมีความเสี่ยง  แต่การลงทุนไม่จำเป็นต้องทุ่มสุดตัวนี่คะ เราสามารถแบ่งเงินบางส่วนมาลงในหุ้นเน้นหุ้นปันผล เพื่อลดความเสี่ยง และที่สำคัญอย่าลงทุนเกินตัวต้องรู้จักประเมินกำลังของตัวเองและการจัดสรรเงินมาลงทุนอย่างเหมาะสม เผื่อว่าวันใดหากพลาดท่าและขาดทุนขึ้นมา จะได้มีเงินเหลือบางส่วนเพื่อใช้จ่ายต่อไป แต่หากไม่ถนัดจริงๆ [...]

Read more...

คนสูงวัยเตรียมตัวอย่างไรในวันที่น้ำท่วม

เมื่อพูดถึงน้ำท่วมแล้ว เชื่อว่าคงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนำความลำบากมาให้หลายประการ เช่น จะไปไหนมาไหนก็ลำบาก รถราก็ติด หาของกินก็ยาก ยิ่งเป็นผู้สูงวัยด้วยแล้ว ก็ต้องเพิ่มการดูแลเอาใจใส่มากขึ้นในภาวะน้ำท่วมเช่นนี้ เพราะเป็นพ่อแม่ เป็นปู่ย่าตายายใครก็รักก็เป็นห่วง ดังนั้น การเตรียมตัวจะช่วยให้เราหายห่วงผู้สูงวัยได้ วันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ มาฝากว่าคนสูงวัยควรเตรียมตัวอย่างไรในวันที่น้ำท่วมครับ   1.อาหารและน้ำดื่ม อาหารและน้ำดื่มที่สะอาดเป็นสิ่งที่เราต้องจัดเตรียมไว้ให้พร้อมเสมอในยามน้ำท่วมเช่นนี้ โดยอาหารควรมีรสไม่จัดมาก และควรเป็นอาหารที่ย่อยง่าย เพื่อที่ท่านจะได้รับประทานอาหารที่มีสารอาหารเพียงพอ แนะนำว่าให้เตรียมไว้ให้เพียงพอสำหรับ 2-3 วัน เพื่อช่วยแก้ปัญหาในยามที่ลูกหลานไม่สะดวกออกไปหาวัตถุดิบหรืออาหารปรุงสำเร็จในช่วงน้ำท่วมได้   2.ยารักษาโรค เรื่องนี้ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดเลย เพราะผู้สูงวัยที่มีโรคประจำตัวจะต้องสำรองยาให้ดี ทำเครื่องหมายบนฉลากให้ชัดเจนว่า ต้องกินยาตัวไหนกินเมื่อไร ทานก่อนหรือหลังอาหาร เพราะช่วงน้ำท่วมเช่นนี้การเดินทางก็ไม่สะดวกทุลักทุเลต้องเผชิญกับรถติดอีก การเตรียมความพร้อมเรื่องหยูกยาในช่วงน้ำท่วมจึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจอย่างยิ่ง   3.เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่ม ช่วงฝนตกน้ำท่วมแบบนี้ เสื้อผ้าก็แห้งยากเหลือเกิน เราควรสำรองผ้าแห้งไว้ให้เพียงพอ เพื่อการสวมใส่ในผู้สูงวัยจะได้สบายตัว และไม่ป่วยง่าย ควรเตรียมแป้ง หรือผงลดอาการคัน ครีมบำรุงผิวไว้ เพื่อให้ผู้สูงวัยของเรามีความสบายเนื้อสบายตัวเมื่อท่านสบายตัวเราก็สบายใจ   4.ที่พักอาศัย ในภาวะน้ำท่วม สิ่งที่ต้องคำนึงก็คือพวกสัตว์ที่มากับน้ำ เช่น งู หรือตะขาบ ควรยกเตียงของท่านให้พ้นจากน้ำที่ท่วมขังนอกจากนี้ความปลอดภัยเรื่องปลั๊กไฟก็ต้องตรวจตราหรือสับเบรกเกอร์ออก เพราะอย่าไว้ใจแม้แต่น้อย ถึงจะไม่มีการเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่กระแสไฟยังจ่ายอยู่ก็อาจเกิดไฟรั่วได้ ถ้าจะให้ดีควรดูแลท่านให้สวมรองเท้าชนิดป้องกันชนวนก็จะทำให้หายห่วงมากขึ้น   5.ถุงขยะ ควรเตรียมถุงดำและเชือกพร้อมมัดปากถุงไว้ ในกรณีที่ห้องน้ำไม่ระบาย หากจำเป็นต้องให้ท่านถ่ายใส่ถุง ควรมัดให้แน่น รวมถึงขยะอื่นใด อย่าให้ถุงขาดหรือโดนน้ำจะทำให้ของเสียแตกออกมาได้ ซึ่งจะเพิ่มแรงในการเก็บทำความสะอาดขึ้นอีก   6.เตรียมไฟฉาย ช่วงน้ำท่วมอาจมีไฟดับหรือแสงสว่างไม่พอตามมา การเตรียมไฟฉายและถ่านให้พร้อม จะช่วยให้คุณอุ่นใจที่ให้ผู้สูงอายุมองเห็นไม่สะดุดหกล้มเกิดอุบัติเหตุตามมา   7.เตรียมอุปกรณ์มีเสียง เช่น กระดิ่ง หรือนกหวีด ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินท่านต้องการความช่วยเหลือด่วน เราจะได้ยินสัญญาณและวิ่งมาถึงตัวท่านได้ทันที การเตรียมสิ่งเหล่านี้ไว้มีแต่ได้ไม่มีเสียเลยในยามที่เกิดภาวะน้ำท่วมเช่นนี้   การเตรียมความพร้อมที่ดีในทุกเรื่องของผู้สูงวัยในช่วงน้ำท่วมนี้ จะทำให้ลูกหลานสบายใจไม่ฉุกละหุก ถึงแม้จะอยู่ในภาวะน้ำท่วมแต่ถ้าเราดูแลผู้สูงวัยในบ้านอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ท่านก็จะไม่รู้สึกกังวลและสามารถมีความสุขจากการดูแลของเราจนกว่าน้ำจะลดเข้าสู่ภาวะปกติได้ Share

Read more...

แต่งตัวแบบมีสไตล์ในวัย 50 +

  จากที่เคยแต่งกายตามแฟชั่นตามสมัยนิยม พออายุย่างเข้าเลข 5 ก็ต้องลดๆลงกันหน่อย อย่างน้อยเราก็อยู่ในวัยที่หลายคนให้ความเคารพนับถือ และเป็นแบบอย่างในหลายๆด้าน การแต่งกายจึงเป็นส่วนสำคัญที่เสริมบุคลิกให้ดูดี แต่ไม่ได้หมายความว่าให้ปล่อยตัวหรือแต่งตัวแก่ แบบนั้นก็ไม่ใช่นะคะ เพราะสมัยนี้เอาเข้าจริงๆแล้ว คนอายุ 50 ยังไม่แก่เลย บางคนดูเด็กก็คนวัย 30 ก็มี แต่อย่างว่าละค่ะด้วยประสบการณ์ และฐานะทางสังคมก็จำเป็นจะต้องดูแลการแต่งตัวซะหน่อย วันนี้เราจึงมีวีธิแต่งตัวให้หล่อสวยสมวัย 50+ มาฝากกันค่ะ แต่งตัวให้เข้ากับบุคลิกตัวเอง คนวัยเดียวกันไม่จำเป็นต้องแต่งตัวเหมือนกัน เพราะคนเรามีบุคลิกที่แตกต่างกัน เช่น บางคนมีบุคลิกร่าเริงสดใส หัวเราะง่าย อารมณ์ดี บางคนมีบุคลิกเงียบขรึม น่าเกรงขาม บางคนมีบุคลิกที่ดูใจดี อบอุ่น การแต่งกายก็ควรจะสอดคล้องกับบุคลิกของเราด้วย เพราะโดยปกติบุคลิกของเราก็จะเป็นตัวนำพาให้เราแต่งตัวแบบนั้นอยุ่แล้ว เช่น คนที่บุคลิกเงียบขรึมก็จะเลือกสีสุภาพ โทนสีเทา ขาว ครีม ดำ คนที่มีบุคลิกเรียบร้อยก็จะเลือกใส่กระโปรง คนอารมณ์ดีก็เลือกใส่เสี้อผ้าที่มีสีสันสดใส เป็นต้น แต่ถึงแม้ว่าคุณจะแต่งกายอย่างไร อย่างน้อยก็ต้องคุมโทนให้ดูภูมิฐานให้ดูดีสมกับวัยด้วยนะคะ แต่งตัวให้ดูดีสมวัย การแต่งตัวในวัย 50+ นั้น การแต่งตัวให้ดูดีเหมาะสมกับวัยมีความสำคัญ เพราะจะช่วยให้เราดูน่าเคารพนับถือ และดูมีอิทธิพลต่อคนในครอบครัวได้เช่นกัน ซึ่งท่านที่อยู่ในวัย 50 ปีขึ้นไปแล้ว หลายคนมีลูกมีหลานแล้ว จะมาใส่เอวลอย ขาสั้น กระโปรงแหวกถึงก้น ก็คงไม่น่าดูนัก และสำคัญคงทำให้ลูกหลานเกิดคำถามในใจกับการแต่งตัวของเรา และจนหมดความศรัทธาไปเลยก็ได้ บางทีการแต่งตัวฟังดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่เนาะ แต่บอกเลยว่าสำคัญมาก เพราะคนเรามองเห็นกันแวบแรกก็การแต่งตัวนี่ล่ะค่ะ และการทีคนมองเราจากการแต่งกายเขาก็ตัดสินเราไปเรียบร้อยแล้วว่าเราเป็นคนยังไง เพราะฉะนั้นวัน 50+ ยังอยากให้คนเคารพนับถือก็ควรจะแต่งตัวให้ดูดีสมวัยตัวเองด้วยนะคะ หากบางคนชอบแต่งตัวเหมือนวัยรุ่น อาจเลือกแบบที่เหมาะสม เช่น เสื้อยืดตามแฟชั่น กางเกงยีนส์  แต่ไม่รัดหรือโชว์เนื้อหนังมากจนเกินงาม ก็จะช่วยให้คุณสามารถแต่งตัวในแบบที่ชอบอย่างดูดีสมวัยได้ แต่งตัวให้เหมาะกับโอกาส คนวัย [...]

Read more...

ผักที่ควรมีคู่ครัวสำหรับคนวัยทอง

เมื่ออายุเข้าสู่วัยทองก็มีหลายอาการที่ต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงต่างทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ ขี้บ่น หงุดหงิดง่าย ผิวแห้ง นอนไม่หลับ เหนื่อยง่าย กระดูกพรุน และอีกหลายอาการ  หลายคนจึงต้องอาศัยการกินฮอร์โมนเพื่อให้อาการทุกเลาลง  แต่ก็รู้ๆอยู่ว่าการกินฮอร์โมนต่อเนื่องก็ไม่ดีต่อสุขภาพ ดังนั้นเราจึงหันมาให้ความสนใจกับการกิน โดยเน้นไปที่ผัก เรามาดูกันว่ามีผักอะไรบ้างที่คนวัยทองจะต้องกินและควรมีติดครัวเอาไว้   กลุ่มแรกนี้จะมีสารอาหารที่จำเป็นต่อการผลิตเม็ดเลือดแดง ผักที่แนะนำคือ ผักใบเขียว ผลไม้สีเหลือง ผักเหล่านี้จะมีวิตามินเอสูง ช่วยเรื่องบำรุงสายตาและผิวพรรณ ข้าวซ้อมมือ ผัก ผลไม้ และถั่วเหลือง ให้วิตามินบีคอมเพล็กซ์ ช่วยบำรุงสมอง ช่วยในเรื่องความจำ ฝรั่ง ส้ม และผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ให้วิตามินซี ช่วยดูแลสุขภาพ ไม่เป็นหวัดง่าย กลุ่มที่สองปัญหาปัญหากระดูกพรุน ปัญหาใหญ่โดยฉพาะสำหรับผู้หญิงที่เข้าสู่วัยทอง  ผักที่แนะนำคือ งา ถั่วเหลือง เต้าหู้ และผักใบเขียว ข้าวซ้อมมือ เพราะมีแคลเซียมสูงและแมกนีเซียมที่ช่วยบำรุงกระดูก เมล็ดฟักทอง เมล็ดแตงโม ถั่วลิสง และงา เพราะมีธาตุสังกะสี ช่วยเสริมสร้างกระดูกเช่นกัน กลุ่มที่สามปัญหาร้อนวูบวาบ ทำให้ไม่สบายตัว หงุดหงิดง่าย ผักที่แนะนำคือ น้ำมันจากพืชและผลไม้ที่ผ่านกระบวนการสกัดเย็น เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันอโวคาโด้ เพราะมีวิตามินอี ใบเขียวและผลไม้รสเปรี้ยว เพราะมีไบโอฟลาโวนอยด์ กลุ่มที่สี่ปัญหาช่องคลอดแห้ง ปัญหานี้เกิดจากการระดับฮอร์โมเอสโตรเจนที่ลดลงอย่างรวดเร็ว ความชุ่มชื่นและความยืดหยุ่นในช่องคลอดจึงลดลงด้วย อาจเกิดอาการแสบและระคายเคือง ผักที่แนะนำคือ เมล็ดทานตะวัน เมล็ดลินิน งา ถั่วเหลือง ปลา ผักใบเขียว เพราะมี กรดไลโนเลอิกซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็นในร่างกาย วิตามินอี มีมากในน้ำมันตับปลา น้ำมันจากพืชและผลไม้ที่ผ่านกระบวนการสกัดเย็น เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันอโวคาโด้ กลุ่มที่ห้าปัญหานอนไม่หลับอารมณ์แปรปรวน ส่วนหนึ่งเกิดจากการทำงานของระบบประสาทสมองไม่ราบรื่นนัก ควรเติมสารบำรุงสมองเข้าไปอย่างวิตามินบีคอมเพล็กซ์ และแมกนีเซียม ผักที่แนะนำคือ ข้าวซ้อมมือ ผัก ผลไม้ และถั่วเหลือง มีวิตามินบีคอมเพล็กซ์ ผักใบเขียว ธัญพืช ถั่ว และข้าวซ้อมมือเช่นกัน มีแมกนีเซียม   จะเห็นได้ว่า ผักหลายชนิดมีประโยชน์มากเพราะมีสารอาหารสำคัญหลายตัวที่ช่วยบรรเทาอาการต่างสำหรับคนวัยทองได้ดี [...]

Read more...

ดูแลตัวเองอย่างไรให้แข็งแรงในวัย 50+

การดูแลตัวเองสำหรับท่านที่มีอายุเลยวัย 50 อาจจะต้องใส่ใจในการดูแลสุขภาพ และการป้องกันการเกิดโรคต่าง ๆ ที่พบ ตามวัยที่สูงขึ้น วันนี้จึงมีเคล็ดลับง่าย ๆ ในการดูแลรักษาสุขภาพและป้องกันโรคภัยต่าง ๆ ไปดูกันเลยค่ะว่ามีอะไรบ้าง   1. การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับวัย   การออกกำลังกายสำหรับวัยนี้ก็ต้องระวังนิดนึงนะคะ เพราะมีความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการออกกำลังกาย หรือบาดเจ็บ ดังนั้น เมื่อเริ่มออกกำลังกายใหม่ๆ ในวัย 50+ ก็ควรจะพบแพทย์เพื่อตรวจระดับความดันโลหิต และตรวจความเสี่ยงของการเกิดภาวะหัวใจขาดเลือด เพื่อป้องกันการเกิด ภาวะหัวใจขาดเลือดในขณะออกกำลังกาย ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้   2. ทานอาหารที่เหมาะสมกับวัย   คนวัยอายุ 50+ ควรเลือกรับประทานอาหารกันสักหน่อย และต้องควบคุมกันมากขึ้น เพราะถ้าขืนตามใจปากมีหวังโรคอ้วน เบาหวาน ความดันตามาเป็นชุดแน่ๆ สำหรับคนวัยนี้ควรลดอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรต เช่น ข้าว แป้ง  ขนมปัง ของหวาน ผลไม้รสหวานจัดและน้ำตาล ควรรับประทานอาหารประเภทผัก และผลไม้มากขึ้น โดยให้มีผักและผลไม้อยู่ในทุกมื้อของอาหาร เพราะจะช่วยให้ระบบการขับถ่ายทำงานได้ดีขึ้น   3. รู้จักโรคในวัย 50เพื่อการป้องกัน   คนในวัย 50+ ถ้าดูแลรักษาตัวเองดี บางคนก็ยังมีสุขภาพแข็งแรงไม่มีโรคภัยไข้เจ็บอะไร แต่ถึงอย่างไรก็ควรจะศึกษา เพื่อเป็นการป้องกัน  หากเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาจะได้รู้วีธีดูแลตัวเองได้ ซึ่งโรคที่พบในวัย 50+ ได้แก่ > โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน หัวใจ ไขมันในเลือดสูง โรคเหล่านี้เป็นโรคโรคเรื้อรัง ที่มาเป็นแพคเก็จ > โรคมะเร็ง พบในเพศหญิง เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปาดมดลูก ส่วนผู้ชายอายุเกิน 50 ปี จะเริ่มพบมะเร็งต่อมลูกหมากมากขึ้นเรื่อยตามอายุโรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจ > อาการเสื่อมของข้อและกระดูก มีการอาการปวดเวลาขยับร่างกาย ซึ่งทำให้ไม่อยากออกกำลังกาย และนำไปสู่โรคเรื้อรังต่างๆ ได้ ซึ่งจะมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน   วิธีป้องกันคือการใส่ใจสุขภาพ ด้านการกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อน ก็จะทำให้ห่างไกลจากโรคเหล่านี้ได้   4. [...]

Read more...

อาหารเสริมแบบไหนที่คนวัย 40+ ควรทาน

อาหารเสริมแบบไหนที่คนวัย 40+ ควรทาน เมื่อย่างเข้าสู่วัย 40+ ก็ต้องดูแลสุขภาพให้เป็นพิเศษ เพราะร่างกายจะเสื่อมโทรมไปตามธรรมชาติ ซึ่งหลีกเลี่ยงได้ยาก แต่สำหรับใครที่ยังอยากมีสุขภาพแข็งแรง ดูหนุ่มสาว ก็จะมีหาอาเสริมต่างๆมาบำรุงร่างกาย เพื่อให้ดูหนุ่มสาว ไม่แก่ ดังนั้น วันนี้เราจะมีวิธีทานอาหารเสริมที่เหมาะสำหรับคนวัย 40+ ได้เลือกทานกันค่ะ 1. วิตามินรวม ซึ่งเหมาะกับคนวัย 40+ เพราะมีวิตามินหลายชนิดรวมกันอยู่ ซึ่งวิตามินรวมนี้สำคัญกับร่างกายนะคะ เพราะช่วยบำรุงร่างกาย และสามารถช่วยลดความเสี่ยงของโรคกระดูกพรุนและช่วยทำให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานอย่างปกติ ทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่ป่วยง่าย ช่วยลดอัตราเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆได้   2. แคลเซียม แคลเซียมเป็นสารอาหารสำคัญมาก เพราะวัย 40+ มีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุนกันมาก ดังนั้นในชีวิตของคนเราจึงขาดแคลเซียมไม่ได้เลยค่ะ เพราะเมื่อระดับแคลเซียมในเลือดลดต่ำลง ระบบในร่างกายก็จะไปดึงเอาแคลเซียมจากกระดูกมาทดแทนทำให้เสี่ยงต่อภาวะโรคกระดูกเปราะหรือพรุน  ดังนั้นจึงแนะนำให้รับประทานแคลเซียมควบคู่ไปพร้อมกับแมกนีเซียมเพื่อช่วยในการดูดซึมสารอาหารที่จำเป็นนำไปใช้ในร่างกายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ซึ่งอาหารที่อุดมไปด้วยแมกนีเซียมได้แก่ ผลไม้เปลือกแข็ง ถั่วเมล็ดแข็ง ธัญพืช ข้าวที่ไม่ผ่านการขัดสี ผักใบเขียว เป็นต้น   3. วิตามินดี วิตามินตัวนี้ก็สำคัญกับกระดูกเช่นกัน  เพราะวิตามินดี เป็นตัวช่วยให้ร่างกายการดูดซึมแคลเซียมได้ดี อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคปลอกหุ้มเส้นประสาทอักเสบและมะเร็งเต้านม วิธีที่จะได้รับวิตามินดีง่ายๆคือ การเดินออกไปรับแสงแดดอ่อนๆ ยามเช้า การกินไข่แดง ปลาทะเล และนมก็ช่วยให้เราได้รับวิตามินดีจากธรรมชาติได้ง่ายๆ ไม่ต้องเสียตังค์ค่ะ   4. น้ำมันปลา หลายคนสับสันระหว่าง น้ำมันปลา กับ น้ำมันตับปลา เพราะชื่อคล้ายกันเวลาไปซื้อก็อาจจะจำชื่อผิด แนะนำให้จดไปจะดีกว่านะคะ เพราะชื่อคล้ายกันแต่สรรพคุณต่างกันนะคะ ที่ถูกคือน้ำมันปลา และนี่คืออาหารเสริมที่วัย 40 ขึ้นไปควรรับประทานอย่างยิ่งค่ะ เพราะจะช่วยให้หัวใจแข็งแรง มีโอเมก้า 3 DHA และ EPA กรดไขมันต่างๆ ที่ช่วยป้องกันภัยร้ายจากมะเร็งเต้านมและช่วยในเรื่องการทำงานของสมองด้วยค่ะ   5. ซอยไอโซฟลาโวนส์ ช่วยบรรเทาอาการไม่พึงประสงค์ต่างๆ ของสตรีวัยใกล้หมดหรือวัยหมดประจำเดือน ช่วยไม่ให้เกิดโรคหลอดเลือดอุดตัน ลดคอเลสตอรอล ลดความเสี่ยงจากมะเร็งเต้านมและเยื่อบุโพรงมดลูก ซึ่งสารตัวนี้เป็นสารสกัดที่ได้จากถั่วเหลือง ที่มีคุณสมบัติช่วยให้กระดูกแข็งแรง เสริมมวลกระดูก ป้องกันการเป็นโรคกระดูกพรุน [...]

Read more...