การดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่บ้านทำอย่างไร

การดูแลผู้ป่วยติดเตียงที่บ้านทำอย่างไร

  สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำคนที่มีญาติเป็นผู้ป่วยติดเตียง ที่ต้องดูแลกันเองที่บ้าน ซึ่งหัวใจของการดูแลผู้ป่วยติดเตียง คือ “คนดูแล” ค่ะ เพราะผู้ป่วยติดเตียงไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ส่วนจะเป็นใคร ขึ้นอยู่กับความสะดวก แต่ขอแนะนำว่าถ้าจะให้ดีที่สุดก็ควรจะเป็นญาติ เช่น ลูก หลาน สามี ภรรยา หรือญาติที่อยู่อาศัยร่วมชายคาด้วยกันมา จะได้รู้ใจและสามารถดูแลกันอย่างเต็มที่

 

ซึ่งวันนี้จะเน้นไปที่คนดูแลเป็นหลักนะคะ เพราะคนที่มีหน้าที่ดูแลจะเหนื่อยและเครียดมาก เพราะต้องดูแลทุกอย่าง ตั้งแต่ อาบน้ำ เช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า  ป้อนข้าว ป้อนน้ำ เช็ดอุจจาระ ปัสสาวะ เปลี่ยนแพมเพิร์ส  นั่งอยู่เป็นเพื่อนเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยเหงา เอาเป็นว่า ต้องทำแทนทุกอย่าง ถึงบอกไงคะว่า คนที่ดูแลควรเป็นญาติที่สนิทกันจริงๆ อย่างเช่นลูกหลานหรือสามีภรรยา ถ้าเป็นลูกหลานก็ถือว่าเป็นโอกาสที่จะได้ตอบแทนท่าน อย่าพึ่งเบื่อ อย่างพึ่งเหนื่อยนะคะ ตอนที่เรายังเด็กๆ ท่านก็ต้องเหนื่อยดูแลเราเหมือนกัน ส่วนคนที่เป็นสามีภรรยาก็คิดซะว่าร่วมบุญร่วมกรรมกันมา ตอนเขาสบายเขาก็ดูแลเรา พอเขาป่วยเราก็ดูแลเขาบ้าง ถ้าคิดแบบนี้ได้จะได้ไม่เครียดจนเกินไปค่ะ

 

แต่สำหรับใครไม่สะดวกที่จะดูแลด้วยตัวเองเนื่องจากเป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องออกไปทำงานเพื่อหาเลี้ยงครอบครัว ก็สามารถจ้าง “คนดูแลรับจ้าง” ได้ค่ะ ซึ่งถ้าสนใจก็สามารถติดต่อโรงพยาบาลใกล้บ้านได้เลย แต่ถึงจะจ้างคนดูแลก็ต้องรู้ไว้บ้างนะคะ

 

เรามาดูวิธีการดูแลคนไข้นอนติดเตียงแบบง่ายๆกันค่ะ

1)การพลิกตัว ควรพลิกตัวผู้ป่วยทุก 2 ชม.

ให้นอนหงายบ้าง นอนตะแคงบ้าง เพื่อลดการกดทับ แต่ถ้าไม่มีเวลาควรซื้อที่นอนลมจะช่วยลดการกดทับได้ แต่ถึงยังไงก็ต้องพลิกตัวนะคะ  

 

2) การรับประทานอาหาร

ควรให้ผู้ป่วยนั่งทานนะคะ อย่านอนทานเด็ดขาดเพราะจะทำให้สำลักได้ ส่วนจะนั่งตัวตรงได้มากน้อยแค่ไหนก็ต้องพยามนั่งให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ พอกินเสร็จก็ควรนั่งต่อให้อาหารย่อย 1-2 ชม. ค่อยให้ผู้ป่วยนอนลง

 

3) ผู้ป่วยที่เจาะคอ ใส่ท่อช่วยหายใจนานๆ

อาจมีเสมหะอุดตันต่อได้ ซึ่งผู้ดูแลควรหมั่นล้างท่อบ่อยๆนะคะ ควรล้างทุกวัน หรืออย่างมากอย่าเกิน 2 วันนะคะ ส่วนท่อที่นำออกมาล้างก็ควรต้มฆ่าเชื้อด้วยน้ำสุก

 

4) ผู้ป่วยที่ใส่สายสวนปัสสาวะ

ซึ่งการใส่สายสวนเข้าไปในร่างกาย ก็มีโอกาสติดเชื้อได้ คนดูแลควรเปลี่ยนสายปัสสาวะทุก 2-4 สัปดาห์ และต้องสังเกตสีของปัสสาวะให้ดี ถ้าสีขุ่น หรือปัสสาวะไม่ออก ควรรีบไปเปลี่ยนสายสวนที่โรงพยาบาล

 

5) ผู้ป่วยใส่แพมเพิร์ส 

มีหลายครั้งที่คนดูแลปล่อยให้ผู้ป่วยนอนจมกองอุจาระและปัสสาวะ จนทำให้ติดเชื้ออื่นๆตามมา ดังนั้นคนดูแลควรคอยสังเกตและเปลี่ยนแพมเพิร์สทุก 2 ชม. และยิ่งผู้ป่วยพูดไม่ได้ ก็ต้องหมั่นคอยสังเกตเป็นพิเศษ

 

ซึ่งวิธีเหล่านี้ เป็นวิธีที่คนดูแลควรรู้ไว้ จะทำให้สามารถดูแลผู้ป่วยติดเตียงได้เบื้องต้น แต่ที่สำคัญที่สุดคือ ต้องใส่ใจ และเข้าใจผู้ป่วย อย่าปล่อยปละละเลยจนผู้ป่วยเกิดการติดเชื้อ เพราะอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนตามมา เพราะฉะนั้นป้องกันไว้ดีกว่านะคะ เน้นย้ำอีกครั้ง ดูแลผู้ป่วยติดเตียงต้องดูแลด้วยใจไม่ใช่หน้าที่จะได้รับความร่วมมือกับผู้ป่วยและเราเองจะไม่เหนื่อยค่ะ